เจาะระบบการทำงานของ Windows - Windows Hack

Posted 24/01/2008 23:00
by deltaflyer
คะแนนนิยม

ไม่ว่าเราจะทำการติดตั้งโปรแกรมต่างๆให้กับ Windows XP มากมายแค่ไหนหรืออาจจะไม่เคยทำการลบไฟล์ใน Recycle Bin เลยสักครั้งก็ตามก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้วินโดวส์ของเราฉลาดขึ้น ,ทำงานได้เร็วขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย แต่การที่จะทำได้นั้นผู้ใช้ต้องมีความกล้าหาญและสมัครใจที่จะเสี่ยงที่จะทำการแก้ไขค่าต่างๆของวินโดวส์ที่มีอยู่อย่างมหาศาลหรือที่รู้จักกันในนามของรีจิสทรี(Registry) นั่นเองซึ่งการแก้ไขในแต่ละครั้งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

 

ส่วนการสำรองรีจิสทรีแบบง่ายๆสามารถทำได้โดยคลิ้กไปที่ Start-Run พิมพ์คำว่า Regedit แล้วกด <Enter> จะเข้าสู่โปรแกรม Registry Editor ของวินโดวส์เองจากนั้นทำการเลือกไอค่อน My Computer ที่ัฝั่งซ้ายของหน้าจอจากนั้นคลิกที่เมนู File• Export ใส่ชื่อและเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บไฟล์สำรอง(แนะนำให้เก็บเอาไว้ในสื่ออื่นๆเช่น CD-RW ,แฟลชไดร์ฟ เป็นต้น) ซึ่งไฟล์สำรองที่ได้นั้นเป็นไฟล์ข้อความที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และการกู้รีจิสทรีคืนก็ค่อนข้างใช้เวลานาน

ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณทำงานมาได้อย่างปกติตลอดเวลาที่ผ่านมาก็สามารถอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งเพราะว่าวินโดวส์จะทำการสำรองข้อมูลให้ทุกครั้งที่เราทำการสร้าง ซิสเต็ม รีสตอร์ (System Restore)

 

ใช้่งานสตาร์ทเมนูให้เต็มที่

การแก้ไขรีจิสทรีเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้สตาร์ท เมนู และเมนูย่อยอื่นๆทำงานแบบมีชีวิตชีวามากขึ้นได้ ให้คุณผู้อ่านลองเปิดโปรแกรม Registry Edit ขึ้นมาตามวิธีที่ได้บอกไปแล้วจากนั้นเลือกไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop (หรือ desktop) หาำไอค่อนชื่อ MenuShowDelay จากส่วนขวาของหน้าต่างแล้วทำการดับเบิ้ลคลิกแล้วเปลี่ยนค่า ‘Value data’ จากปกติ 400 มิลลิวินาทีให้เป็นค่าอื่นที่เราต้องการยิ่งน้อยยิ่งเร็ว เช่น ถ้าใส่เป็น 0 จะทำให้เมนูแสดงออกมาทันทีที่คุณเอาเม้าชี้ แต่ถ้าคุณต้องการแบบช้ากว่านั้นก็สามารถทำการโดยการเปลี่ยนค่าให้สูงสุดได้ถึง 4000 มิลลิวินาที (4 วินาที)เพื่อให้เหมาุะกับความต้องการของคุณ เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วให้กดปุ่ม <Enter>

ปิดโปรแกรมที่ค้างอยู่ให้เร็วขึ้น

คิดว่าทุกคนคงจะเคยประสบปัญหาเมื่อพยายามที่จะปิดโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง(หรือแม้กระทั่งการปิดวินโดวส์)แต่โปรแกรมนั้นไม่ยอมปิด บอกคุณว่ารอให้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆปิดตัวเองให้หมดก่อน แต่พอรอไปสักพัก(อาจจะรอนานมากในบางกรณี) วินโดวส์ก็ยอมแพ้ที่จะรอเหมือนกันจึงทำแสดงหน้าจอ End Task ออกมาให้เราใช้กำลังบังคับให้โปรแกรมปิด

กาีรที่เรามีความอดทนในการรอคอยนั้นเ้ป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าวินโดวส์ของคุณต้องใช้เวลาในการปิดตัวเองนานขึ้นเพราะโปรแกรมหัวดื้อที่ไม่ยอมปิดตัวเองนั้นเรายังมีวิธีที่ช่วยให้เราบังคับให้วินโดวส์ทำการ End Task ได้เร็วกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งสั่งให้วินโดวส์ End Task โปรแกรมที่ค้างอยู่โดยอัตโนมัติเลยก็ได้แต่จำไว้ว่าการที่เราเลือกที่จะให้โปรแกรมปิดเองอาจสร้างความเสียหายให้แก่การตั้งค่าของระบบได้เนื่องจากเป็นการสั่งให้วินโดวส์ทำลายโปรเซสมากมายอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีทางสายกลางให้เลือกเดินอยู่ นั่นคือทำการปรับเวลาที่วินโดวส์จะแสดงหน้าต่าง End Task ให้เร็วขึ้นเมื่อหน้าต่าง End Task แสดงออกมาคุณก็มีสิทธิเลือกที่จะรอต่อหรือไม่

 

สำหรับท่านที่เลือกให้วินโดวส์ End Task โปรแกรมให้เองเลยนั้นสามารถทำได้โดยเปิด Registry Editor ขึ้นมาเข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop ดับเบิ้ลคลิ้ก ไอค่อน AutoEndTasks แล้วเปลี่ยนค่า ‘Value data’ ไปเป็น 1 (แต่ถ้าเปลี่ยนใจอยากใช้วิธีเดิมก็ให้เปลี่ยนกลับเป็น 0)

ต่อไปทำการดับเบิ้ิลคลิ้ก HungAppTimeout จากนั้นเปลี่ยนค่า ‘Value data’ ให้เป็นค่าที่คุณต้องการรอโปรแกรมที่ไม่ตอบสนอง(เป็นมิลลิวินาที) ซึ่งค่าปกติถูกตั้งไว้เป็น 5000 หรือ 5 วินาทีนั่นเอง(ดูรูปที่ 1)

ถ้าต้องการแก้ไขเวลาที่จะให้วินโดวส์รอก่อนที่จะแสดงหน้าต่าง End Task ขึ้นนั้นให้ทำการดับเบิ้ลคลิ้กที่ WaitToKillAppTimeout แล้วเปลี่ยนค่าตามต้องการโดยค่าปกติจะเป็น 20000 (หน่วยเป็นมิลลิวินาทีนั่นคือ 20 วินาที)โดยคุณสามารถเลือกให้เป็นค่าที่สูงที่สุดเท่าที่คุณต้องการได้จากนั้นกด <Enter>

โปรแกรมประยุกต์ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่คุณต้องรอเวลาปิดวินโดวส์แต่ยังมีโปรเซสต่างๆมากมายของวินโดวส์(หรือเรียกอีกอย่างว่าเซอร์วิส)ซึ่งแต่ละเซอร์วิสนั้นก็มีกำหนดตารางเวลาที่จะปิดตัวเองเอาไว้แล้วแต่เราสามารถกำหนดเวลาที่จะให้วินโดวส์รอก่อนที่จะทำการสั่งปิดเซอร์วิส(หรือถามเราก่อนปิด)เหล่านั้นได้ โดยใช้ Registry Editor เข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control ดับเบิ้ลคลิ้กที่ำไอค่อน WaitToKillServiceTimeout เปลี่ยนค่า ‘Value data’ (ปกติเป็น 20000 มิลลิวินาที หรือ 20 วินาทีอยู่แล้ว) ให้เป็นเวลาที่คุณต้องการได้เลย

หมายเหตุ : ค่าทีุ่คุณตั้งอาจถูกเปลี่ยนโดยเซอร์วิสต่างๆกลับเป็นค่าเดิมโดยอัตโนมัติได้เนื่องจากเซอร์วิสหลายตัวอาจจะต้องการเวลามากเพื่อที่จะปิดตัวเองลง

เปลี่ยนขนา่ดวอลล์เปเปอร์ของคุณ

ถ้าคุณเพิ่งเปลี่ยนมาใช้มอนิเตอร์แบบจอกว้างแล้วล่ะก็วอลล์เปเปอร์ที่คุณใช้อยู่อาจจะแสดงผลได้ไม่สมบูรณ์หรือคุณอาจต้องปรับเปลี่ยนขนาดวอลล์เปเปอร์ของคุณ สำหรับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการแสดงผลของวอลล์เปเปอร์แบบละเอียด ให้เข้าไปที่ HKEY_

CURRENT_USER\Control Panel\desktop ด้วย Registry Editor จากนั้นดับเิบิ้ลคลิ้กที่ำิไอค่อน WallpaperOriginX (ถ้าคุณไม่เจอค่านี้ให้ทำการคลิ้กขวาแล้วเลือก New•String Value แล้วพิมพ์WallpaperOriginX ลงไปในช่อง name) จากนั้นใส่ค่าตัวเลขเป็น pixel สำหรับกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นของวอลล์เปเปอร์ตามแนวนอน(เริ่มที่ด้านซ้ายของภาพ)แล้วกด <Enter> จากนั้นก็คลิกที่ ไอค่อน WallpaperOriginY (ถ้าไม่มีก็ให้สร้างใหม่ด้วยวิธีการเดียวกับที่ได้กล่าวไปแล้ว)จากนั้นใส่ค่าเริ่มต้นของตำแหน่งที่วอลล์เปเปอร์จะแสดงตามแนวตั้ง(เ่ริ่มที่ด้านบนของภาพ) ถ้ารูปที่จะเอามาทำเป็นวอลล์เปเปอร์ของคุณนั้นใหญ่กว่าความละเอียดหน้าจอให้ใส่ค่าเป็นจำนวนลบ(เช่น -200)เพื่อกำหนดให้รูปนั้นแสดงผลเลยออกนอกจอไป

การทดสอบผลจากการแก้ไขให้ทำการย่อหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดก่อนจากนั้นคลิ้กขวาที่ เดสก์ท็อป เลือก properties จากนั้นคลิ้ก ok หรือ apply เพื่อทำการรีเฟลชหน้าจอเดสก์ท็ือปเพื่อดูผลที่ได้ ทำซ้ำตามขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมดไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ตำแหน่งที่พอใจ(ดูรูปที่ 2) การปรับแต่งนี้สามารถทำได้ไม่ว่าวอลล์เปเปอร์ของคุณจะถูกปรับอยู่ในโหมด centered, tiled, หรือ stretched

ค้นหาไฟล์ให้เจอทุกไฟล์

เมื่อคุณทำการค้นหาไฟล์ต่างๆในวินโดวส์(ด้วยการเลือก Start•Search•For Files or

Folders,หรือทำการกดปุ่ม <F3>ในหน้าต่าง explorer หรือโฟลเดอร์ใดๆก็ตามจะเป็นการเปิดส่วนสำหรับค้นหา) วินโดวส์จะำทำการค้นหาไฟล์ที่ตัวเองรู้จักเท่านั้น ไฟล์อื่นๆที่ไม่มีรายชื่ออยู่ใน ‘Registered file types’ นั้นจะถูกมองข้ามไปไม่ทำค้นหาให้(ถ้าต้องการดูรายการประเภทไฟล์เหล่านั้นให้่เปิด Explorer, เลือกเมนู Tools•Folder Options, และคลิ้กที่แท็ป File Types)

สมมุติว่าไฟล์ ชื่อ ‘Readme.xyz’ มีความสำคัญต่อคุณอย่างยิ่งยวด แต่วินโดวส์เองกลับไม่สนใจไฟล์นี้เลยแม้แต่น้อยเพราะว่านามสกุล xyz นั้นไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่วินโดวส์รู้จัก แต่อย่างไรก็ดีการแก้ไขรีจิสทรีเพียงเล็กน้อยจะช่วยใช้วินโดวส์สามารถหาไฟล์ทุกไฟล์ที่มีอยู่ได้โดยไม่สนใจนามสกุล

//ใต้รูป

รูปที่ 3 บัญชี Administrator จะถูกซ่อนเอาไว้ไม่แสดงใน Welcome Screen จนกว่าจะทำการแก้ในรีจิสทรีเรียบร้อยแล้ว

ทำได้โดยให้ใช้ Registry Editเข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControl-

Set\Control\ContentIndex ดับเิบิ้ลคลิ้กที่ไอค่อน FilterFilesWithUnknownExtensions จากนั้นเปลี่ยนค่า ‘Value data’ จาก 0 ให้เป็น 1 แล้วกด <Enter>

โบนัสพิเศษ : เพื่อให้แน่ใจว่าวินโดวส์ทำการค้นหาทุกไฟล์จริงๆให้เลือก All Files and Folders ที่อยู่ใต้ ‘Type of file’ ในหน้าจอของการค้นหา (ถ้ามองไม่เห็นให้คลิ้กที่ More- Advanced Options) ให้ทำการเช็ค Search system folders, Search hidden

files and folders, และ Search subfolders (ตามต้องการ)

ใน Windows 2000 ให้ทำการคลิกที่ Search Options, เลือก Type แล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่า All Files and Folders ได้ถูกเลือกจากดร็อปดาวน์เมนูอยู่แล้ว คลิ้กที่ Advanced

Options,แล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่า Search Subfolders ได้ถูกเลือกเอาไว้แล้ว

สุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่า Windows 2000 จะทำการค้นหาไฟล์ระบบและไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้ให้คลิ้กที่ Tools•Folder Options แล้วคลิ้กที่ View tab ใน ‘Advanced settings’ ทำการเลือก Show hidden files and folders. ที่สำคัญอย่าเลือก Hide protected operating system files (Recommended) จากนั้นคลิก yes เพื่อรับรู้ถึงการเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากนั้นคลิก ok เป็นอันเสร็จ

เปิดเผยบัญชีผู้ดูแลระบบ

มีไม่กี่คนนักที่จะทราบว่า Windows XP ได้มีบัญชีผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลระบบ(บัญชีืที่ชื่อว่า“Administrator”) ซ่อนอยู่ ชื่อบัญชีนี้ที่ถูกซ่อนไว้นี้จะแสดงตัวก็ต่อเมื่อระบบของคุณไม่มีชื่อบัญชีอื่นอยู่แล้วหรือคุณทำการเริ่มระบบด้วย safe mode

ถ้าคุณต้องการยกเลิกการพรางตัวของบัญชี Administrator นี้แล้วเพิ่มชื่อบัญชีนี้ไว้ใน Welcome Screen ให้เลือกใช้ได้ ก็สามารถทำได้โดยแก้ไขรีจิสทรีอีกเช่นกัน เข้าไปที่ HKEY_ LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\

Winlogon\SpecialAccounts\UserList ด้วย Registry Editor แล้วทำการดับเิบิ้ลคลิ้กที่ ไอค่อน Administrator (ถ้าไม่เจอไอค่อนนี้ให้ทำการคลิกขวาแล้วเลือก New•DWORD Value, ตั้งชื่อให้เป็น Administrator แล้วกด <Enter>) ใส่ค่า 1 ลงไปในช่อง ‘Value data’ แล้วกด <Enter> อีกครั้ง เพียงเท่านี้ชื่อบัญชี Administrator ก็จะไม่ถูกซ่อนอีกต่อไป ทำการตรวจสอบได้ง่ายๆโดยเข้าไปที่ User Account ใน Control Panel หรือให้ง่ายกว่านั้นก็ให้คลิกที่ Start•Run, พิมพ์คำว่า Control userpasswords ลงไปแล้วกด <Enter> คุณก็จะเห็นรายชื่อ Administrator อยู่ในรายชื่อบัญชีผู้ใช้ด้วยคุณสามารถเปลี่ยนรหัสและใส่รูปภาพที่คุณต้องการให้กับชื่อบัญชี Administrator ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกว่านั้นเมื่อเราเข้าสู่หน้าจอ Welcome Screen ชื่อบัญชี Administrator จะถูกแสดงออกมารวมกับชื่อบัญชีอื่นๆให้เราเลือกใช้ได้ด้วย(ดูรูปที่ 3)

 

เพิ่มความเร็วในการปรับแต่ง

ถ้าคุณแน่ใจว่าต้องทำการแก้ไขค่ารีจิสทรีบางค่าเป็นประจำแล้วล่ะก็ใน Windows 2000 และ Windows XP คุณสามารถบันทึกตำแหน่งของรีจิสทรีที่คุณต้องเปลี่ยนแปลงเป็นประจำเอาไว้ในเมนู Registry Editor Favorites ได้ทำให้ประหยัดเวลาในการที่จะต้องมานั่งค้นหาค่าคีย์ต่างๆทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยน วิธีการทำนั้นง่ายมากเพียงแค่คลิกไปยังค่าคีย์ที่ต้องการบันทึกจากนั้นคลิ้กที่Favorites•Add to Favorites พิมพ์ชื่อที่ต้องการบันทึกลงไปครั้งต่อไปถ้าคุณต้องการกระโดดไปใช้งานค่านั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆโดยการเลือกชื่อที่เราได้ทำการบันทึกเอาไว้จากเมนู favorites ได้เลย

ถ้าคุณมีปรับเปลี่ยนค่าคีย์ต่างๆเพียงแค่ 2 ค่าในรีจิสทรีคีย์เดียวกัน (เช่นการเปลี่ยนค่าให้แสดงหรือไม่แสดงไฟล์ของระบบเป็นต้น) เราสามารถประหยัดเวลาในการทำงานดังกล่าวได้มากขึ้นโดยทำการ export ค่าแต่ละเวอร์ชั่นของคีย์นั้นๆออกไปแล้วทำการสร้างชอร์ตคัทให้โหลดไฟล์ที่ export ออกมาเข้าสู่รีจิสทรีลองมาดูวิธีทำกันเลยดีกว่าครับ

เริ่มแรกให้ไปที่คีย์ที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงค่าก่อนจากนั้นไปที่เมนู File• Export ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเลือก Selected Branch ได้ถูกเลือกเอาไว้แล้วใส่ชื่อไฟล์และกำหนดตำแหน่งที่ต้องการเก็บไฟล์เราจะได้ไฟล์นามสกุล .reg ออกมา จากนั้นให้คลิ้กขวาที่ไฟล์ดังกล่าวคลิ้ก edit เพื่อเปิดไฟล์นั้นด้วย notepad ในไฟล์นี้มีข้อบังคับที่สำคัญมากคือห้ามทำการแก้ไขค่าต่างๆใน 3 บรรทัดแรกเลยเด็ดขาดให้ลองหาค่าที่เราต้องการเปลี่ยนหลังจากบรรทัดที่ 3 เป็นต้นไป เมื่อหาเจอแล้วให้ลบบรรทัดอื่นทิ้งให้หมดนอกจากบรรทัดที่เราต้องการเปลี่ยน(ยกเว้น 3 บรรทัดแรก)ถ้าเราไม่ลบบรรทัดอื่นออกเราอาจจะเปลี่ยนค่าของคีย์อื่นโดยที่เราไม่ตั้งใจได้ เสร็จแล้วคลิ้กที่ เมนู File•Save เพื่อบันทึก จากนั้นในหน้าต่างเดิมเปลี่ยนค่าที่ในบรรทัดที่เราเหลือไว้นั้นให้เป็นค่าตรงข้ามเช่นจาก 0 เป็น 1 จาก no เป็น yes จากนั้นคลิกที่ File•Save As พิมพ์ชื่อและโฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บ อย่าลืมบันทึกไฟล์ด้วยนามสกุล .reg ด้วย

ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างชอร์ตคัทเพื่อทำการนำค่ารีจิสทรีไปใส่ให้ระบบให้ทำการคลิกขวาที่เดสก์ท็อป หรือโฟลเดอร์ใดๆคลิกขวาแล้วเลือก New•Shortcut จากนั้นให้พิมพ์ regedit /s เว้นวรรคแล้วตามด้วยชื่อไฟล์ .reg (ใส่พาธแบบเต็ม) ไฟล์แรกที่คุณสร้างขึ้นใช้เครื่องหมาย “ ” ในกรณีที่ชื่อมีช่องว่างหรือยาวมาก เช่น regedit /s “C:\My Documents\reg1.reg” (ดูรูปที่ 4)จากนั้นคลิ้ก Next ใส่ชื่อชอร์ตคัทที่ต้องการแล้วคลิ้ก Finish ทำซ้ำขั้นตอนนี้กับไฟล์ .reg อีกไฟล์ที่เหลือ

เป็นอันเสร็จขั้นตอนต่อไปนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการสลับค่าไปมาระหว่าง 2 ค่าสิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิ้กที่ชอร์ตคัทนั้นหากต้องการเปลี่ยนกลับขึ้นก็เรียกใช้ชอร์ตคัทอีกอันที่ได้สร้างไว้แล้วถ้าจะให้ง่ายขึ้นคุณสามารถวางชอร์ตคัทไว้ใน Start menu หรือ Quick Launch ก็ได้ถ้าต้องการง่ายขึ้นอีกคุณสามารถเรียกใช้ชอร์ตคัทเหล่านั้นด้วยคีย์บอร์ดได้ ทำการคลิกขวาที่ไฟล์ชอร์ตคัทจากนั้นเลือก Properties แล้วคลิกที่กล่อง ‘Shortcut key’ จากนั้นกดคีย์บอร์ดที่คุณต้องการใช้เป็นคีย์บอร์ดชอร์ตคัทได้เลย แล้วคลิ้ก ok

 

เปลี่ยนไตเติ้ลของ Internet Explorer

โดยปกติแล้ว Internet Explorer นั้นจะแสดงชื่อเว็บไซด์ที่เรากำลังเปิดอยู่ตามด้วยข้อความ “Microsoft Internet Explorer” ที่ไตเติ้ล ของหน้าต่างนั้นหรือในบางกรณีอาจจะมีชื่อบริษัทหรือ ISP ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณติดอยู่ ถ้าคุณต้องการแปลี่ยนข้อความเหล่านั้น(หรือเอาข้อความเหล่านั้นออกไป)สามารถทำได้โดยเข้าไปแก้ไขค่ารีจิสทรีที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Main ดับเบิ้ลคลิ้กที่ไอค่อนWindow Title (ถ้าไม่พบก็ให้เพิ่มค่าใหม่โดยคลิ้กขวา เลือก New•String Value, พิมพ์ไปว่า Window Title แล้วกด <Enter>) พิมพ์ข้อความที่คุณต้องการให้แสดงบนไตเติ้ลบาร์ของหน้าต่าง Internet Explorer หรือไม่พิมพ์ค่าอะไรเลยเพื่อให้โปรแกรมแสดงแต่ชื่อเว็บไซด์เท่านั้นแต่ว่าเครื่องหมายขีดสั้นๆที่อยู่ระหว่างชื่อเว็บไซด์และไตเติ้ลของหน้านั้นๆจะยังคงอยู่ หลังจากแก้ไขไปแล้วคุณต้องทำการปิดและเปิดโปรแกรมใหม่จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง (ดังรูปที่ 5)

//ใต้รูป

รูปที่ 5 เปลี่ยนข้อความบนไตเติ้ลบาร์ของ Internet Explorer (หรือ “Exploder”) ได้ตามใจคุณ

แบ่งปันเทคนิคการปรับแต่งของคุณ

ถ้าเราทำการส่งไฟล์ .reg ที่เราได้ทำการแก้ไขปรับแต่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วไปให้เครื่องอื่นๆเครื่องเหล่านั้นก็จะมีการตั้งค่าต่างๆที่เหมือนกับเราทุกประการโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ windows advanced administrative tools ใดๆเลยวิธีการก็เพียงแค่ทำการ export ค่า รีจิสทรีที่เราต้องการออกมาแล้วทำการแก้ไขเฉพาำะค่าที่เราต้องการดังที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว จากนั้นเราก็เอาไฟล์ .reg ที่ได้ไปไว้ที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือส่งอีเมล์ให้กับเครื่องอื่นๆที่ต้องการ สำหรับผู้รับที่ต้องการใช้งานก็เพียงแค่ทำการดับเิบิ้ลคลิ้กที่ไฟล์นั้น(หรือคลิกขวาที่ไฟล์แล้วเลือก Merge)จากนั้นก็ตอบ Yes ถ้ามีการถามเรื่องความแน่ใจขึ้นมา ก็เป็นอันเสร็จโดยที่ผู้ใช้คนอื่นไม่ต้องเข้าไปทำการแก้ไขค่ารีจิสทรีเองเลย

แต่ข้อสำคัญที่ควรระวังในการส่งไฟล์ .reg ในทางนี้ก็คือคุณต้องแน่ใจว่าค่ารีจิสทรีที่ทำการแก้นั้นไม่ได้เป็นค่าที่ใช้ได้เฉพาำะเครื่องของคุณคนเดียว การส่งไฟล์ .reg ที่แก้ไขปรับแต่งเกี่ยวกับวินโดวส์อย่างเดียวนั้นสามารถทำได้อย่างราบรื่น แต่สำหรับค่ารีจิสทรีที่เกี่ยวข้องกับ ฮาร์ดแวร์หรือโปรแกรมประยุกต์อื่นๆนั้นจะืทำงานในเครื่องอื่นได้ก็ต่อเมื่อเครื่องที่รับมีฮาร์ดแวร์และโปรแกรมเดียวกันติดตั้งอยู่ด้วย เพราะฉนั้นก่อนจะส่งไฟล์แก้ไขรีจิสทรีให้ผู้ใช้อื่นอย่าลืมเตือนให้เขาทำการสำรองไฟล์รีจิสทรีเอาไว้ก่อนด้วยทุกครั้ง

ชำระล้างระบบของคุณให้่สะอาด

โปรแกรมอรรถประโยชน์หลายๆโปรแกรมช่วยทำการเอาค่ารีจิสทรีเก่าๆที่เราไม่ได้ใช้แล้วออกไป ค่ารีจิสทรีที่ไม่ได้ใช้นั้นอาจจะเหลือจากการ uninstall โปรแกรมที่ไม่สมบูรณ์การกำหนดพาธต่างๆผิด ประเภทของนามสกุลไฟล์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ชอร์ตคัทที่ใช้ไม่ได้แล้วและค่าอื่นๆที่หมดประโยชน์ เป็นต้น

เครื่องมือในที่ดีในการจัดการสิ่งเหล่านี้นั้นต้องทำการสำรองข้อมูลทุกครั้ง(อย่าลืมว่าการแก้ไขค่ารีจิสทรีนั้นมีความเสี่ยงอยู่มาก) ซึ่งมีอยู่มากมายทั้งแบบที่แจกจ่ายฟรีและแบบต้องเสียสตางค์ซื้อมา สำหรับผู้เขียนนั้นหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องมือที่ต้องเสียสตางค์เนื่องจากเครื่องมือที่แจกจ่ายฟรีนั้นสามารถสนองตอบต่อความต้องการได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยโปรแกรมที่่ผู้เขียนใช้อยู่เป็นประจำและขอแนะนำมีชื่อว่า CCleaner

โปรแกรมนี้จะทำการสแกนรีจิสทรีของทั้งระบบเพื่อค้นหาค่ารีจิสทรีที่คาดว่าไม่มีการใช้งานแล้วจากนั้นจะให้ผู้ใช้เป็นคนเลือกว่าจะทำการสำรองรีิจิสทรีเอาไว้ก่อนที่จะทำการลบคีย์เหล่านั้นออกไปหรือไม่ โปรแกรมนี้ไม่มีเมนูให้ผู้ใช้ทำการกู้คืนไฟล์ที่สำรองไว้เพราัะว่าไฟล์ที่สำรองไว้นั้นเป็นไฟล์ .reg ที่ทำการดับเบิ้ลคลิ้กครั้งเดียวระบบของคุณก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนแ้ก้ไข

CCleaner นั้นไม่ได้มีความสามารถแค่ลบรีจิสทรีที่ไม่ใช้แล้วเท่านั้นยังมีเครื่องมือที่ช่วยลบไฟล์ชั่วคราวที่วินโดวส์ได้สร้างขึ้น(Temporary Files) ช่วยเก็บกวาด history และ cookie ที่อยู่ในเว็บเบราว์เซอร์ ทั้งยังสามารถยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมอื่นๆและลบข้อมูลของตัว uninstaller ที่ค้างอยู่ในระบบออกให้ด้วยและที่สำคัญโปรแกรมจะทำการถามเราว่าต้องการให้ลบไฟล์ประเภทไหนบ้างหรือให้รายงานไฟล์ที่โปรแกรมจะลบให้ผู้ใช้ดูก่อนก่อนจะลบจริง fin

 

โปรแกรมสำรองข้อมูลที่ใช้งานง่ายและฟรี

การสำรองรีจิสทรีของระบบก็เหมือนกับการทำประกันชีวิตให้กับพีซีของคุณก่อนที่เกิดปัญหาขึ้นเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการแก้่ไขค่ารีจิสทรีของระบบของคุณเมื่อคุณทำการติดตั้งโปรแกรมใหม่หรือใช้งานซอฟต์แวร์อื่นๆที่ต้องทำการปรับแต่งค่ารีจิสทรี

การสำรองข้อมูลบน Windows 2000 และ XP นั้นสามารถทำได้ง่ายๆผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่่า ERUNT (Emergency Recovery Utility NT) เพียงแค่บอกกับเครื่องมือนั้นว่าคุณต้องการเก็บไฟล์สำรองข้อมูลไว้ที่ไหน ไม่เพียงแึ้ึ้ค่นั้นคุณยังสามารถสั่งให้โปรแกรมทำการสำรองข้อมูลทุกครั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เิริ่มทำงานได้คุณจึงไม่ต้องกลัวว่าจะลืมทำการสำรองข้อมูลด้วยตัวคุณเอง

ทุกๆโฟลเดอร์ที่มีการเก็บข้อมูลอยู่นั้นจะมีโปรแกรมง่ายๆที่ใช้ในการกู้ข้อมูลกลับสู่ระบบมาให้ด้วยสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ERUNT มาพร้อมกับ Registry Optimizer ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาำพการทำงานของระบบด้วยการกำจัดส่วนเล็กๆน้อยๆต่างๆที่สะสมมาจากการติดตั้งและยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมหลายๆครั้งเข้า ที่สำำคัญโปรแกรมนี้สามาใช้งานได้ฟรี

No Comments
(required)  
(optional)
(required)  
Add
คอแหลม
โฆษณาออนไลน์,
				โฆษณา,ออนไลน์,ลงโฆษณา,ประกาศ,online advertising,online
				,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,
				seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,
				สื่อ